P's profileVaS@Bi` CaFe'PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    June 29

    Novel . . . Work


    เฮ้อ ผมรำพันกับตัวเองก่อที่จะลุกขึ้นจากเตียง ด้วยสภาพที่ไม่ค่อยดีซักเท่าไร งานเมื่อวานยังทำเอาผมปวดหัวตุ้บๆอยู่
    หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อย ผมก็ออกเดินทางไปยังที่ทำงานเหมือนเดิมอีกครั้งหนึ่ง


    เวลาสายๆของวันพุธอันน่าเบื่อก็ไม่ได้ต่าจากทุกวัน ที่ลานโล่งๆแห่งนี้มีคนอยู่อย่างบางตา ผมคาดว่าช่วงบ่ายๆเย็นๆคนก็คงจะเยอะขึ้นเหมือนทุกๆวัน
    ผมรีบเดินไปใต้ต้นไม้ใหญ่ที่ริมลานแห่งนั้น ก่อนที่จะทิ้งตัวลงนอนอย่างเกียจคร้าน
    สายลมเอื่อยๆพัดมาปะทะที่ใบหน้าช่วยลดความร้อนที่แผดเผาอยู่ได้เล็กน้อย
    กว่าจะเย็น ผมคิด อาการปวดหัวยังคงตามหลอกหลอนผม จากนั้น ผมก็ผล็อยหลับไป


    ผมทำอาชีพนี้มาได้สองปีแล้ว ไม่น่าเชื่อว่าสิ่งที่ผมทำอยู่นั้น มันจะมาเป็นอาชีพได้
    ก็นั่นแหล่ะครับ ทุกสิ่งทุกอย่างที่ดูไม่น่าเป็นไปได้มักจะมีในประเทศไทยแห่งนี้เสมอ
    เช่น พวกบูชาคูลฟีเวอร์ หรือ จตุคัม อะไรทำนองนั้น
    อ่า ตอนนั้น ผมจำลางๆว่าผมไปเข้าร่วมกับกลุ่มขับไล่นายกที่พวกเค้าชุมนุมกันอยู่
    ตอนแรก ผมไปเพราะตั้งใจจริง แต่ผ่านไปซักพัก ความคิดผมก็เปลี่ยนไป
    เงินที่สอดมาในกล่องข้าว เงินที่มีคนเดินผ่านมาแล้วยื่นให้ เงินที่ได้มาจากที่ไหนไม่รู้
    อืม ผมรู้แล้วว่า งานที่สบายๆ พร้อม ได้ด่าคนอื่นไปด้วย มันมีจริงในประเทศไทยแห่งนี้ !

    หลังจากนั้น ผมก็มาเข้าร่วมชุมนุมทุกวันประหนึ่งหน้าที่อันทรงเกียรติที่ได้ปกป้องประเทศ
    คนมาชุมนุมมากขึ้น มากขึ้น มากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งสามารถกดดันให้นายกลาออกได้
    เสียงเฮดังกึกก้องทั่วลานชุมนุมแห่งนั้น เหมือนกับการประกาศชัยชนะที่แกนนำได้พูดเอาไว้หลายต่อหลายหน
    การเลือกตั้งถูกจัดขึ้นต่อมาในระยะเวลาอย่างรวดเร็ว นายกคนใหม่ได้รับคะแนนเสียงอย่างท่วมท้น
    ช่างมัน ผมไม่อยากจะยุ่งกับการเมืองเท่าไร ผมแค่"ทำงาน" เท่านั้น
    หลังจากนั้น เมื่อมีการชุมนุมที่ไหน ผมก็จะไป"ทำงาน"แทบทุกครั้งไป


    เสียงเฮดังๆ ปลุกผมจากการนิทรา อาการปวดหัวของผมทุเลาลงแล้ว
    เสียงจากเวทีปาศรัยกำลังกล่าวโจมตีนายกคนใหม่อย่างเผ็ดร้อน
    ผมรีบจัดแจง"ชุดทำงาน"ให้เข้าที่ เพื่อพร้อมที่จะ"ทำงาน"อีกครั้ง


    เสียงจากเวที ปลุกเร้าให้คนข้างล่างมีส่วนรวมมากขึ้นเรื่อยๆ
    และดูเหมือนจะเป็นประเพณีที่ว่า จะต้องตะโกนขับไล่ชื่อผู้นำเมื่อมีเสียงคำสั่งจากเวที
    ผมรอจังหวะ เมื่อได้รับสัญญาณ ผมตะโกนออกไปสุดเสียง
    "จำลอง ออกไป"



    แรงบันดาลใจ มาจากที่บ้าน + เบื่อม็อบ + ทัศนคติส่วนตัว + ฟังที่ิวินทร์พูดเมื่อวานี้
    ก็นั่นแหล่ะ
    เบื่อการเมือง
    June 22

    Clock . . .

    เพลงนี้เลย Clock ของ Supersub ตรงมากกะชีวิตสองวันที่ผ่านมา
    "เกือบตีสอง ยังไม่หลับ ... จนตีสาม ตาสว่าง "
    พิจารณาจาก time line ได้ดังนี้
    วันศุกร์ ชิลที่น่านั่ง > ร้านเกม > เช้า นกร้องจิ๊บๆ
    วันเสาร์ ทำใต้ถุน ที่ ใต้ถุน อยู่ใต้ถุนยาว 14 ชั่วโมงรวด
    นั่นดิ ตรงตามเนื้อเพลงท่อนนี้เลย


    เมื่อเราอยู่ในสถานที่บางที่ หรือ เหตุการณ์บางอย่าง
    เวลามันเดินไปเร็วเสมอ
    เร็วตนเราไม่ทันรู้สึกตัว
    แต่เราก็เต็มใจที่จะอยู่ร่วมกับเวลาช่วงนั้นต่อไป
    อาจจะเพราะ ความสนุก สิ่งรอบข้าง หรือ "ใจ"ของเราเอง


    เมื่อเวลาผ่านไป เราก็มองย้อนกลับมาดู
    อืม บางทีก็เหมาะสมแล้วกับเวลาตอนนั้น แต่บางทีก็ไม่
    นั่นดิ เวลาบางทีมันก็เร็วเกินไป

    หรือนี่คือ เวลา#4 ของผมล่ะ
    อาจจะใช่แหล่ะมั้ง


    แต่ที่แน่ๆ
    คืนนี้ดูบอล ไม่มีหลับ ตาสว่างแน่นอน ฮ่าๆๆๆๆ


    "อยากจะฝัน หมดสิทธิ์ฝันดี อยากจะฝันดี พรุ่งนี้แล้วกัน"



    ปล คนที่มาแย้งว่า ผมหลับไปก่อน ตอนช่วงก่อนตีสอง อันนั้นคือ การTherapy ของผมแบบหนึ่งนะครับ อย่าเข้าใจผิด ฮ่าๆๆๆ
    June 15

    Dumb . . .

    วันศุกร์ ว่างมากถึงมากที่สุด เลยไปเดินหอกลางแก้เซ็ง
    ได้หนังสือรวมเรื่องสั้นวิทยาศาสตร์มาเรื่องนึง
    Flower for Algernon
    เคยเห็นหนังสือเล่มนี้เมื่อนานมาแล้ว จาก ตัวการ์ตูนในเรื่อง Harlem Beat
    ก็เลย ยืมมาอ่าน

    เรื่องย่อ
    เกี่ยวกับ กอร์อน ชายผู้มีปัญหาทางสมอง ซึ่งได้รับการผ่าตัดให้มีไอคิวสูงขึ้นสามเท่า เขาได้พบกับหนูที่ชื่ออัลเจอร์นอน ซึ่งเป็นหนูทดลองที่ถูกผ่าตัดก่อนหน้าเขา
    ในตอนแรก ทั้งคู่เป็นคู่แข่งกัน เรื่องารแก้ไขปัญหา เพราะ สมองของกอร์อนยังไม่ค่อยเข้าที่นัก
    แต่ต่อมา เมื่อ กอร์ดอนฉลาดขึ้นอย่างสมบูรณ์ ทั้งคู่ก็เป็นเพื่อนรักกัน
    แต่สิ่งที่เปลี่ยนไป คือ คนรอบข้างจากที่เคยเอ็นดู เขา เพราะเขาโง่ หรือ ปัญญาอ่อนกลับมาตีจากเขาไป เพราะ เขาฉลาดขึ้น
    เรื่องดำเนินมาเรื่อยๆ จนกระทั่ง อัลเจอร์นอนป่วย หนัก และ ตายไปในที่สุด
    กอร์ดอน พยายามค้นหาสาเหตุ และแล้วเขาก็ได้พบ
    เขาไม่ได้ฉลาดขึ้น เพียงแต่ สมองมันถูกเร่งการใช้งานให้มากขึ้น จนในที่สุดมันก็เสื่อมและ ตายในที่สุด
    เขาก็เหมือนกัน
    เขาค่อยๆกลับมาโง่ลงเหมือนเดิม ผู้คนกลับมาดีกับเขาเหมือนเดิม
    และท้ายที่สุด ก่อนตาย เข้าก็เขียนในบันทึกว่า ฝากไปขุดในกล่องเนยแข็งที่ฝังหลังบ้าน
    เพื่อเอาดอกไม้ไปให้อัลเจอร์นอนด้วย


    หรือว่า บางที ความฉลาด มันไม่ใช่คำตอบสุดท้ายล่ะ
    ถ้าฉลาด หรือ รอบรู้แต่สุดท้ายคนก็ตีจาก และ ตายอย่างเดียวดาย

    บางที ก้อยากจะโง่ หรือ ปัญญาอ่อนเหมือนกัน
    จะได้ไม่ต้องรับรู้เรื่องภายนอก มีความสุขแค่ในโลกส่วนตัวของตัวเอง


    แต่ความเป็นจริง ก็ยังคงเป็นจริงวันยังค่ำ
    มันทำไม่ได้หรอกว่ะ


    ทำได้แค่เพียง ยอมรับกับสิ่งที่เข้ามา
    และก็ ดูแลมันต่อไป


    สู้ !!!
    June 13

    24 . . .

    ได้ไปพบการ์ตูนเรื่อหนึ่ง ใน ซอกร้านเช่าการ์ตูน
    พลิกปกหลัง อ่านเรื่องย่อ
    เออว่ะ น่าสนุกแฮะ
    เช่ามาอ่าน เออ ไม่ผิดหวังจริงๆ


    เรื่องนี้ ชื่อ Ikigami สาส์นสั่งตาย
    เรื่อย่อมากๆ คือ เป็นกฏหมายที่สร้างความเจริญรุ่งเรื่องแก่ชาติ โดยมีมาตรการคือ จะสุ่มผู้โชคดี(ร้าย?)แล้วจับฉีดวัคซีนเข้าไป
    ในนั้นจะมีสารที่จะทำให้ตายในช่วงอายุแบบวัยรุ่น
    ซึ่งก่อนที่จะถึงเวลาตาย24ช่ัวโมง จะมีการส่งอิคิกามิไปยังเจ้าตัว
    เพื่อบอกว่า เวลาเหลืออยู่บนโลกนั้น มีแค่ 24 ชั่วโมงเท่านั้น


    แล้วทีนี้ ก็แล้วแต่แต่ละตอน่า ตัวละครที่ได้รับอิคิกามิไป จะทำยังไง
    ซึ่ง มันก็ดูคล้ายๆกับ คำถามพื้นๆ ที่ถามกันทั่วๆไป

    ถ้าพรุ่งนี้ต้องตาย จะทำอะไรมั่ง

    นั่นสิ ทำอะไรดีล่ะ
    นอนรอ ทำบุญ เที่ยวเล่น ปล้นแบงค์ บลาๆๆ
    ทำอะไรดีหว่า


    ยังไงก็ตาม
    ก็คิดขึ้นมาเล่นๆ ได้ว่า
    อยากให้ทุกคนใช้ชีวิตเหมือนกับว่า พรุ่งนี้ เราจะตาย
    ทำทุกอย่างให้อย่างเต็มที่ เพื่อที่ว่าจะตายไปโดยไม่ต้องกังวลติดใจอะไรอีก

    พูดง่าย แต่ทำจริงคงยาก
    แน่นอน ถ้าเราเกิดได้รับไอ้สาส์นบ้าๆ มานี่ เราก็คงจะเหวอเหมือนกัน
    ตกใจ กลัว ตื่นตระหนก เศร้า
    ยังไงก็ตาม มันก็หนีไม่ได้อยู่แล้ว
    ทำใจ และ ยอมรับมัน

    อาจเป็นหนทางที่ดีที่สุด


    แต่บางที ในโลกแห่งความเป็นจริง ก็คงไม่มีใครส่งสาส์นแบบนี้มาล่วงหน้าหรอก
    จริงมั้ย


    แล้วถ้าเป็นคุณล่ะ จะทำยังไง . . .

    24 . . .

    ได้ไปพบการ์ตูนเรื่อหนึ่ง ใน ซอกร้านเช่าการ์ตูน
    พลิกปกหลัง อ่านเรื่องย่อ
    เออว่ะ น่าสนุกแฮะ
    เช่ามาอ่าน เออ ไม่ผิดหวังจริงๆ


    เรื่องนี้ ชื่อ Ikigami สาส์นสั่งตาย
    เรื่อย่อมากๆ คือ เป็นกฏหมายที่สร้างความเจริญรุ่งเรื่องแก่ชาติ โดยมีมาตรการคือ จะสุ่มผู้โชคดี(ร้าย?)แล้วจับฉีดวัคซีนเข้าไป
    ในนั้นจะมีสารที่จะทำให้ตายในช่วงอายุแบบวัยรุ่น
    ซึ่งก่อนที่จะถึงเวลาตาย24ช่ัวโมง จะมีการส่งอิคิกามิไปยังเจ้าตัว
    เพื่อบอกว่า เวลาเหลืออยู่บนโลกนั้น มีแค่ 24 ชั่วโมงเท่านั้น


    แล้วทีนี้ ก็แล้วแต่แต่ละตอน่า ตัวละครที่ได้รับอิคิกามิไป จะทำยังไง
    ซึ่ง มันก็ดูคล้ายๆกับ คำถามพื้นๆ ที่ถามกันทั่วๆไป

    ถ้าพรุ่งนี้ต้องตาย จะทำอะไรมั่ง

    นั่นสิ ทำอะไรดีล่ะ
    นอนรอ ทำบุญ เที่ยวเล่น ปล้นแบงค์ บลาๆๆ
    ทำอะไรดีหว่า


    ยังไงก็ตาม
    ก็คิดขึ้นมาเล่นๆ ได้ว่า
    อยากให้ทุกคนใช้ชีวิตเหมือนกับว่า พรุ่งนี้ เราจะตาย
    ทำทุกอย่างให้อย่างเต็มที่ เพื่อที่ว่าจะตายไปโดยไม่ต้องกังวลติดใจอะไรอีก

    พูดง่าย แต่ทำจริงคงยาก
    แน่นอน ถ้าเราเกิดได้รับไอ้สาส์นบ้าๆ มานี่ เราก็คงจะเหวอเหมือนกัน
    ตกใจ กลัว ตื่นตระหนก เศร้า
    ยังไงก็ตาม มันก็หนีไม่ได้อยู่แล้ว
    ทำใจ และ ยอมรับมัน

    อาจเป็นหนทางที่ดีที่สุด


    แต่บางที ในโลกแห่งความเป็นจริง ก็คงไม่มีใครส่งสาส์นแบบนี้มาล่วงหน้าหรอก
    จริงมั้ย


    แล้วถ้าเป็นคุณล่ะ จะทำยังไง . . .
    June 04

    1 year later . . .

    หนึ่งปีพอดี บวกลบไม่น่าเกิน สองชั่วโมง
    ที่ได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง
    ด้วยสิ่งต่างๆที่เปลี่ยนไปหลายอย่าง
    อาจจะเป็นเพราะอะไรหลายๆอย่างที่ทำให้เปลี่ยนไป


    แต่อย่างไรก็ดี ยังมีบางสิ่งที่ยังคงเหมือนเดิม
    ก็ยังพูดคุยกันได้อย่างปกติ
    ก็ยังสไตล์การพูดเหมือนเดิม


    แต่นั่นแหล่ะ มุมมองในบางสิ่งมันก้ไม่เหมือนเดิมแล้ว
    มีคนถามว่า มันจะกลับไปเหมือนเดิมมั้ย
    อืม มันคงยาก อาจจะไม่
    เป็นแบบนี้ มันก็ดีอยู่แล้ว



    ก็ดีใจที่ได้พบกันอีกครั้ง
    ปีหน้าจะได้เจอป่าวเนี่ย ฮ่าๆ




    ขอบคุณสำหรับของขวัญวันเกิดย้อนหลังแบบสุดๆๆเน้อ
    ขอบคุณไอ้คนที่บังเอิยไปเดินใน Loft ด้วยนะ สัด